

2020 - ปัจจุบัน
Subtitle Design
Subtitle Design
โปรเจคที่เปลี่ยนจากแค่ "คนทำซับ" เป็น "Visual Storyteller" ที่นอกจากเพลงเกาหลีแล้ว เสริมการดีไซน์ประสบการณ์การฟังใหม่ผ่าน Typography และ Visual ที่เต้นไปตามจังหวะอารมณ์เพลงครับ
Personal Project
Creativity
Translation
เกี่ยวกับ
การเแปลงเนื้อเพลงให้เป็นงานดีไซน์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ตามจังหวะดนตรี
งานที่จุดประกายจาก Pain Point ใน ม.ต้น เรื่องความสวยงามของซับไทยในวงการเพลงเกาหลี
มาพัฒนาเป็นงานออกแบบที่เน้นการเลือกใช้ฟอนต์ การจัดวางเลย์เอาต์ และการใช้สีสันที่ดึงมาจาก Mood & Tone ของมิวสิกวิดีโอโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ ที่ช่วยสื่อสารความรู้สึกของบทเพลงส่งตรงถึงคนดูได้อย่างชัดเจนและมีเอกลักษณ์

ปัญหา
ในวัย ม.ต้น ฉันพบว่าซับไทยส่วนใหญ่มักถูกจำกัดด้วยรูปแบบฟอนต์มาตรฐานที่ขัดกับอารมณ์ของเพลง ทำให้ความสวยงามของมิวสิกวิดีโอถูกลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งศิลปินที่ฉันชอบไม่ค่อยมีเพลงซับไทยเท่าไหร่ แม้บางทีฉันอาจจะมีซับภาษาอังกฤษที่ฟังรู้เรื่อง แต่จะดีกว่าไหมหากมีซับไทยที่ได้อถรรสกว่ามาก ๆ
ฉันจึงใช้โปรเจคนี้เป็นพื้นที่พัฒนาด้านภาษาที่ 2,3 รวมถึงทดลองนำทักษะด้านการตัดต่อและการดีไซน์ โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบศิลป์ในแต่ละเพลง เพื่อสร้างสรรค์ตัวอักษร, ภาพประกอบที่ไปในทางเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คนดูเข้าใจความหมายแล้ว ยังช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการรับชมให้เหมือนกับการดูงาน Art Direction ชิ้นหนึ่ง


Solution
วิธีการของฉันคือการวิเคราะห์องค์ประกอบศิลป์ ของเพลงต้นฉบับ ตั้งแต่โทนสี บรรยากาศในเพลง ไปจนถึงความหมายแฝงในเนื้อเพลง เพื่อนำมาออกแบบ Typography และ Motion Graphic ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละงาน
โดยฉันเลือกใช้เทคนิคการจัดวาง Layout ที่ไม่บดบังจุดสำคัญของภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความโดดเด่นพอที่จะสื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึก ทำให้งานซับไทยชิ้นนี้เสมือนเป็นการผสานกันระหว่างการแปลภาษา และการดีไซน์ไปพร้อมกันครับ

คอนเซ็ปต์
คอนเซ็ปต์หลักของโปรเจคนี้คือการทำให้ซับไทยขยับไปตามความรู้สึกของดนตรี (Visualizing) โดยฉันไม่อยากทำซับไตเติ้ลให้เป็นแค่ตัวหนังสือ แต่อยากให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายความรู้สึกของเพลงให้ชัดเจนขึ้น ผ่านการตีความความหมายของเนื้อเพลงออกมาเป็นฟอร์มของตัวอักษร การเลือกใช้น้ำหนักฟอนต์ที่ล้อไปกับจังหวะหนักเบา และการคุมโทนสีที่ดึงมาจากสีหลักของมิวสิกวิดีโอ เพื่อให้งานออกแบบชิ้นนี้เป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มประสบการและยกระดับอัตถรรสขณะรับฟังให้ได้ดีมากขึ้น


ผลงานเพิ่มเติม


2020 - ปัจจุบัน
Subtitle Design
โปรเจคที่เปลี่ยนจากแค่ "คนทำซับ" เป็น "Visual Storyteller" ที่นอกจากเพลงเกาหลีแล้ว เสริมการดีไซน์ประสบการณ์การฟังใหม่ผ่าน Typography และ Visual ที่เต้นไปตามจังหวะอารมณ์เพลงครับ
Personal Project
Creativity
Translation
เกี่ยวกับ
การเแปลงเนื้อเพลงให้เป็นงานดีไซน์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ตามจังหวะดนตรี
งานที่จุดประกายจาก Pain Point ใน ม.ต้น เรื่องความสวยงามของซับไทยในวงการเพลงเกาหลี
มาพัฒนาเป็นงานออกแบบที่เน้นการเลือกใช้ฟอนต์ การจัดวางเลย์เอาต์ และการใช้สีสันที่ดึงมาจาก Mood & Tone ของมิวสิกวิดีโอโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ ที่ช่วยสื่อสารความรู้สึกของบทเพลงส่งตรงถึงคนดูได้อย่างชัดเจนและมีเอกลักษณ์

ปัญหา
ในวัย ม.ต้น ฉันพบว่าซับไทยส่วนใหญ่มักถูกจำกัดด้วยรูปแบบฟอนต์มาตรฐานที่ขัดกับอารมณ์ของเพลง ทำให้ความสวยงามของมิวสิกวิดีโอถูกลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งศิลปินที่ฉันชอบไม่ค่อยมีเพลงซับไทยเท่าไหร่ แม้บางทีฉันอาจจะมีซับภาษาอังกฤษที่ฟังรู้เรื่อง แต่จะดีกว่าไหมหากมีซับไทยที่ได้อถรรสกว่ามาก ๆ
ฉันจึงใช้โปรเจคนี้เป็นพื้นที่พัฒนาด้านภาษาที่ 2,3 รวมถึงทดลองนำทักษะด้านการตัดต่อและการดีไซน์ โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบศิลป์ในแต่ละเพลง เพื่อสร้างสรรค์ตัวอักษร, ภาพประกอบที่ไปในทางเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คนดูเข้าใจความหมายแล้ว ยังช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการรับชมให้เหมือนกับการดูงาน Art Direction ชิ้นหนึ่ง


Solution
วิธีการของฉันคือการวิเคราะห์องค์ประกอบศิลป์ ของเพลงต้นฉบับ ตั้งแต่โทนสี บรรยากาศในเพลง ไปจนถึงความหมายแฝงในเนื้อเพลง เพื่อนำมาออกแบบ Typography และ Motion Graphic ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละงาน
โดยฉันเลือกใช้เทคนิคการจัดวาง Layout ที่ไม่บดบังจุดสำคัญของภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความโดดเด่นพอที่จะสื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึก ทำให้งานซับไทยชิ้นนี้เสมือนเป็นการผสานกันระหว่างการแปลภาษา และการดีไซน์ไปพร้อมกันครับ

คอนเซ็ปต์
คอนเซ็ปต์หลักของโปรเจคนี้คือการทำให้ซับไทยขยับไปตามความรู้สึกของดนตรี (Visualizing) โดยฉันไม่อยากทำซับไตเติ้ลให้เป็นแค่ตัวหนังสือ แต่อยากให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายความรู้สึกของเพลงให้ชัดเจนขึ้น ผ่านการตีความความหมายของเนื้อเพลงออกมาเป็นฟอร์มของตัวอักษร การเลือกใช้น้ำหนักฟอนต์ที่ล้อไปกับจังหวะหนักเบา และการคุมโทนสีที่ดึงมาจากสีหลักของมิวสิกวิดีโอ เพื่อให้งานออกแบบชิ้นนี้เป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มประสบการและยกระดับอัตถรรสขณะรับฟังให้ได้ดีมากขึ้น


ผลงานเพิ่มเติม


2020 - ปัจจุบัน
Subtitle Design
โปรเจคที่เปลี่ยนจากแค่ "คนทำซับ" เป็น "Visual Storyteller" ที่นอกจากเพลงเกาหลีแล้ว เสริมการดีไซน์ประสบการณ์การฟังใหม่ผ่าน Typography และ Visual ที่เต้นไปตามจังหวะอารมณ์เพลงครับ
Personal Project
Creativity
Translation
เกี่ยวกับ
การเแปลงเนื้อเพลงให้เป็นงานดีไซน์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ตามจังหวะดนตรี
งานที่จุดประกายจาก Pain Point ใน ม.ต้น เรื่องความสวยงามของซับไทยในวงการเพลงเกาหลี
มาพัฒนาเป็นงานออกแบบที่เน้นการเลือกใช้ฟอนต์ การจัดวางเลย์เอาต์ และการใช้สีสันที่ดึงมาจาก Mood & Tone ของมิวสิกวิดีโอโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ ที่ช่วยสื่อสารความรู้สึกของบทเพลงส่งตรงถึงคนดูได้อย่างชัดเจนและมีเอกลักษณ์

ปัญหา
ในวัย ม.ต้น ฉันพบว่าซับไทยส่วนใหญ่มักถูกจำกัดด้วยรูปแบบฟอนต์มาตรฐานที่ขัดกับอารมณ์ของเพลง ทำให้ความสวยงามของมิวสิกวิดีโอถูกลดทอนลงอย่างน่าเสียดาย อีกทั้งศิลปินที่ฉันชอบไม่ค่อยมีเพลงซับไทยเท่าไหร่ แม้บางทีฉันอาจจะมีซับภาษาอังกฤษที่ฟังรู้เรื่อง แต่จะดีกว่าไหมหากมีซับไทยที่ได้อถรรสกว่ามาก ๆ
ฉันจึงใช้โปรเจคนี้เป็นพื้นที่พัฒนาด้านภาษาที่ 2,3 รวมถึงทดลองนำทักษะด้านการตัดต่อและการดีไซน์ โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบศิลป์ในแต่ละเพลง เพื่อสร้างสรรค์ตัวอักษร, ภาพประกอบที่ไปในทางเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คนดูเข้าใจความหมายแล้ว ยังช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการรับชมให้เหมือนกับการดูงาน Art Direction ชิ้นหนึ่ง


Solution
วิธีการของฉันคือการวิเคราะห์องค์ประกอบศิลป์ ของเพลงต้นฉบับ ตั้งแต่โทนสี บรรยากาศในเพลง ไปจนถึงความหมายแฝงในเนื้อเพลง เพื่อนำมาออกแบบ Typography และ Motion Graphic ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละงาน
โดยฉันเลือกใช้เทคนิคการจัดวาง Layout ที่ไม่บดบังจุดสำคัญของภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความโดดเด่นพอที่จะสื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึก ทำให้งานซับไทยชิ้นนี้เสมือนเป็นการผสานกันระหว่างการแปลภาษา และการดีไซน์ไปพร้อมกันครับ

คอนเซ็ปต์
คอนเซ็ปต์หลักของโปรเจคนี้คือการทำให้ซับไทยขยับไปตามความรู้สึกของดนตรี (Visualizing) โดยฉันไม่อยากทำซับไตเติ้ลให้เป็นแค่ตัวหนังสือ แต่อยากให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายความรู้สึกของเพลงให้ชัดเจนขึ้น ผ่านการตีความความหมายของเนื้อเพลงออกมาเป็นฟอร์มของตัวอักษร การเลือกใช้น้ำหนักฟอนต์ที่ล้อไปกับจังหวะหนักเบา และการคุมโทนสีที่ดึงมาจากสีหลักของมิวสิกวิดีโอ เพื่อให้งานออกแบบชิ้นนี้เป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มประสบการและยกระดับอัตถรรสขณะรับฟังให้ได้ดีมากขึ้น


ผลงานเพิ่มเติม

