

2025
ReadSync
ReadSync
แอปพลิเคชั่นส่งเสริมการอ่านผ่านการสร้าง Comunity ผลงานการแข่งขัน BookATHON ณ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23
Personal Project
UX / UI Design
Problem Solving
เกี่ยวกับ
ในยุคที่ "การอ่าน" กำลังถูกท้าทายด้วยเสียงแจ้งเตือนและฟีดข่าวที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายคนบอกว่าวัฒนธรรมการอ่านกำลังจะตาย แต่ในฉันมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในปลายนิ้วของผู้คน
เปลี่ยน "Doomscrolling" ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนการอ่านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"Readsync" แอปพลิเคชั่นที่เปลี่ยนพฤติกรรม Doomscrolling อันว่างเปล่า ให้เป็นการไถฟีดรีวิวหนังสือที่ครบรส เราหยิบเอา UI ที่ทุกคนคุ้นเคยมาปรับใหม่ แทนที่จะตามดราม่า เรามาตามอ่านรีวิวหนังสือที่ "โดนตก" มาจากเพื่อนในคอมมูนิตี้ และที่สำคัญคือ ถ้าเรื่องไหนมันใช่ เรื่องไหนมันโดน เราทมีระบบ Rental Economy กดเช่ายืมหนังสือนั้นได้ทันที

ปัญหา
โจทย์ในการแข่งขันคือต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ดึงคนรุ่นใหม่มีความสนใจในการอ่านหนังสือ ฉันจึงเล็งเห็นว่าในปัจจุบัน อุตสาหกรรมหนังสือประสบปัญหาภาวะตลาดหยุดนิ่ง เนื่องจากหนังสือมักจะถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มคนที่ "รักการอ่านอยู่แล้ว" ในขณะที่คนรุ่นใหม่ถอยห่างออกไปเพราะกำแพงของการเริ่มต้นอ่านนั้นสูงเกินไป ทั้งในแง่ของราคาและความพยายามในการจดจ่อ และขัดกับพฤติกรรมในยุค Attention Economy ที่ผู้คนคุ้นเคยกับสารสั้น ๆ ที่ย่อยง่ายแบบ Micro-content บนโซเชียลมีเดีย
ReadSync จึงถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงนี้โดยเฉพาะ ด้วยการเปลี่ยนประสบการณ์การเข้าถึงหนังสือที่ยุ่งยาก ให้กลายเป็นพฤติกรรมที่ไม่ต้องพยายามมาก ผ่านระบบฟีดที่คุ้นเคยเหมือน Twitter (X) เพื่อเปลี่ยนจากการอ่านที่ต้องตั้งใจ ให้กลายเป็นเรื่อง "บังเอิญเจอ" ที่ใครก็สามารถไถฟีดเพื่อโดนตกด้วยรีวิวสั้นๆ ได้เรื่อยๆ และเข้าถึงหนังสือได้ทันทีผ่านระบบเช่ายืม


วิธีการแก้ปัญหา
Behavioral Interface : ออกแบบ Interface ในรูปแบบ "Dynamic Feed" ที่ผู้ใช้คุ้นเคย ลดภาระทางสมองในการค้นหาหนังสือ เปลี่ยนจากการต้องรู้ชื่อหนังสือถึงจะหาเจอ เป็นการปล่อยให้ "การป้ายยา" ไหลผ่านหน้าฟีดในรูปแบบ Micro-content ที่อ่านจบได้ใน 1 นาที ทำให้การเจอหนังสือดีๆ เป็นเรื่องของจังหวะที่ลงตัว
Trust-Based Community : แก้ปัญหาความไม่กล้าซื้อหนังสือเพราะกลัวไม่คุ้ม ด้วยระบบรีวิวจาก Community จริงที่ไม่มีการสปอยล์แต่เน้นการส่งต่อความรู้สึกเหมือนการอ่าน Thread ใน Twitter ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือและความอยากรู้อยากเห็นได้มากกว่าการโฆษณาแบบเดิม
Frictionless Access : ทลายกำแพงด้าน "ราคา" และ "ความยุ่งยาก" ด้วยระบบเช่ายืมภายในแอปที่เชื่อมโยงจากรีวิวสู่การครอบครองได้ทันทีเพียงไม่กี่คลิก เปลี่ยนสถานะจาก "ผู้สังเกตการณ์" บนโซเชียล ให้กลายเป็น "ผู้อ่าน"

คอนเซ็ปต์
เบื้องหลังงานออกแบบของ ReadSync คือการทลายกำแพงที่ทำให้การอ่านดูเป็นเรื่องยาก เราหยิบ Interface ที่ทุกคนคุ้นมือมาปรับจูนใหม่ เพื่อให้การเริ่มอ่านหนังสือสักเล่ม ง่ายพอๆ กับการไถดูข่าวบนทวิตเตอร์ เป็นงานดีไซน์ที่เน้นความโปร่งเบา สบายตา และเข้าถึงได้ทันทีในทุก Interaction
1. UX Strategy: Bridging Content & Community
เลือกใช้ Layout แบบที่ผู้ใช้งานคุ้นเคยจาก Social Media เพื่อลดการเรียนรู้ใหม่ (Learning Curve) ผู้ใช้สามารถไถฟีดเพื่ออ่านรีวิวสั้น ๆ ดูภาพประกอบ และกด Interaction ได้ทันที ทำให้การค้นหาหนังสือใหม่ ๆ เป็นไปอย่างเพลิดเพลิน
ในหน้า Detail ของหนังสือ เราออกแบบให้มีปุ่ม Action ที่ชัดเจนและแยกออกจากกันระหว่าง "การอ่าน (Read It!)" และ "การพูดคุย (Community)" เพื่อรองรับทั้ง User ที่ต้องการหาความรู้ และ User ที่ต้องการความสัมพันธ์กับคนคอเดียวกัน
2. UI Design: Clarity & Calm
การใช้โทนสี Gradient เขียว-ฟ้า ให้ความรู้สึกที่สดชื่นแต่สงบ เหมาะกับการอ่านที่ต้องใช้สมาธิ การออกแบบเน้น Negative Space เพื่อไม่ให้ข้อมูลบนหน้าจอดูหนาแน่นเกินไป
ข้อมูลหนังสือและรีวิวถูกจัดสรรลงใน Card UI ที่มีขอบโค้งมนเพื่อสร้างความเป็นมิตร และทำให้แยกส่วนข้อมูลได้ง่ายแม้จะมีการไถฟีดอย่างรวดเร็ว
ในหน้า Profile เราใส่ส่วนของ "Achievement" และ "Frequency Graph" เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเห็นพัฒนาการของตัวเอง (Self-Growth) เปลี่ยนการอ่านให้เป็นเหมือนภารกิจที่สนุกและน่าติดตาม


ผลงานเพิ่มเติม


2025
ReadSync
แอปพลิเคชั่นส่งเสริมการอ่านผ่านการสร้าง Comunity ผลงานการแข่งขัน BookATHON ณ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23
Personal Project
UX / UI Design
Problem Solving
เกี่ยวกับ
ในยุคที่ "การอ่าน" กำลังถูกท้าทายด้วยเสียงแจ้งเตือนและฟีดข่าวที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายคนบอกว่าวัฒนธรรมการอ่านกำลังจะตาย แต่ในฉันมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในปลายนิ้วของผู้คน
เปลี่ยน "Doomscrolling" ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนการอ่านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"Readsync" แอปพลิเคชั่นที่เปลี่ยนพฤติกรรม Doomscrolling อันว่างเปล่า ให้เป็นการไถฟีดรีวิวหนังสือที่ครบรส เราหยิบเอา UI ที่ทุกคนคุ้นเคยมาปรับใหม่ แทนที่จะตามดราม่า เรามาตามอ่านรีวิวหนังสือที่ "โดนตก" มาจากเพื่อนในคอมมูนิตี้ และที่สำคัญคือ ถ้าเรื่องไหนมันใช่ เรื่องไหนมันโดน เราทมีระบบ Rental Economy กดเช่ายืมหนังสือนั้นได้ทันที

ปัญหา
โจทย์ในการแข่งขันคือต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ดึงคนรุ่นใหม่มีความสนใจในการอ่านหนังสือ ฉันจึงเล็งเห็นว่าในปัจจุบัน อุตสาหกรรมหนังสือประสบปัญหาภาวะตลาดหยุดนิ่ง เนื่องจากหนังสือมักจะถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มคนที่ "รักการอ่านอยู่แล้ว" ในขณะที่คนรุ่นใหม่ถอยห่างออกไปเพราะกำแพงของการเริ่มต้นอ่านนั้นสูงเกินไป ทั้งในแง่ของราคาและความพยายามในการจดจ่อ และขัดกับพฤติกรรมในยุค Attention Economy ที่ผู้คนคุ้นเคยกับสารสั้น ๆ ที่ย่อยง่ายแบบ Micro-content บนโซเชียลมีเดีย
ReadSync จึงถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงนี้โดยเฉพาะ ด้วยการเปลี่ยนประสบการณ์การเข้าถึงหนังสือที่ยุ่งยาก ให้กลายเป็นพฤติกรรมที่ไม่ต้องพยายามมาก ผ่านระบบฟีดที่คุ้นเคยเหมือน Twitter (X) เพื่อเปลี่ยนจากการอ่านที่ต้องตั้งใจ ให้กลายเป็นเรื่อง "บังเอิญเจอ" ที่ใครก็สามารถไถฟีดเพื่อโดนตกด้วยรีวิวสั้นๆ ได้เรื่อยๆ และเข้าถึงหนังสือได้ทันทีผ่านระบบเช่ายืม


วิธีการแก้ปัญหา
Behavioral Interface : ออกแบบ Interface ในรูปแบบ "Dynamic Feed" ที่ผู้ใช้คุ้นเคย ลดภาระทางสมองในการค้นหาหนังสือ เปลี่ยนจากการต้องรู้ชื่อหนังสือถึงจะหาเจอ เป็นการปล่อยให้ "การป้ายยา" ไหลผ่านหน้าฟีดในรูปแบบ Micro-content ที่อ่านจบได้ใน 1 นาที ทำให้การเจอหนังสือดีๆ เป็นเรื่องของจังหวะที่ลงตัว
Trust-Based Community : แก้ปัญหาความไม่กล้าซื้อหนังสือเพราะกลัวไม่คุ้ม ด้วยระบบรีวิวจาก Community จริงที่ไม่มีการสปอยล์แต่เน้นการส่งต่อความรู้สึกเหมือนการอ่าน Thread ใน Twitter ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือและความอยากรู้อยากเห็นได้มากกว่าการโฆษณาแบบเดิม
Frictionless Access : ทลายกำแพงด้าน "ราคา" และ "ความยุ่งยาก" ด้วยระบบเช่ายืมภายในแอปที่เชื่อมโยงจากรีวิวสู่การครอบครองได้ทันทีเพียงไม่กี่คลิก เปลี่ยนสถานะจาก "ผู้สังเกตการณ์" บนโซเชียล ให้กลายเป็น "ผู้อ่าน"

คอนเซ็ปต์
เบื้องหลังงานออกแบบของ ReadSync คือการทลายกำแพงที่ทำให้การอ่านดูเป็นเรื่องยาก เราหยิบ Interface ที่ทุกคนคุ้นมือมาปรับจูนใหม่ เพื่อให้การเริ่มอ่านหนังสือสักเล่ม ง่ายพอๆ กับการไถดูข่าวบนทวิตเตอร์ เป็นงานดีไซน์ที่เน้นความโปร่งเบา สบายตา และเข้าถึงได้ทันทีในทุก Interaction
1. UX Strategy: Bridging Content & Community
เลือกใช้ Layout แบบที่ผู้ใช้งานคุ้นเคยจาก Social Media เพื่อลดการเรียนรู้ใหม่ (Learning Curve) ผู้ใช้สามารถไถฟีดเพื่ออ่านรีวิวสั้น ๆ ดูภาพประกอบ และกด Interaction ได้ทันที ทำให้การค้นหาหนังสือใหม่ ๆ เป็นไปอย่างเพลิดเพลิน
ในหน้า Detail ของหนังสือ เราออกแบบให้มีปุ่ม Action ที่ชัดเจนและแยกออกจากกันระหว่าง "การอ่าน (Read It!)" และ "การพูดคุย (Community)" เพื่อรองรับทั้ง User ที่ต้องการหาความรู้ และ User ที่ต้องการความสัมพันธ์กับคนคอเดียวกัน
2. UI Design: Clarity & Calm
การใช้โทนสี Gradient เขียว-ฟ้า ให้ความรู้สึกที่สดชื่นแต่สงบ เหมาะกับการอ่านที่ต้องใช้สมาธิ การออกแบบเน้น Negative Space เพื่อไม่ให้ข้อมูลบนหน้าจอดูหนาแน่นเกินไป
ข้อมูลหนังสือและรีวิวถูกจัดสรรลงใน Card UI ที่มีขอบโค้งมนเพื่อสร้างความเป็นมิตร และทำให้แยกส่วนข้อมูลได้ง่ายแม้จะมีการไถฟีดอย่างรวดเร็ว
ในหน้า Profile เราใส่ส่วนของ "Achievement" และ "Frequency Graph" เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเห็นพัฒนาการของตัวเอง (Self-Growth) เปลี่ยนการอ่านให้เป็นเหมือนภารกิจที่สนุกและน่าติดตาม


ผลงานเพิ่มเติม


2025
ReadSync
แอปพลิเคชั่นส่งเสริมการอ่านผ่านการสร้าง Comunity ผลงานการแข่งขัน BookATHON ณ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23
Personal Project
UX / UI Design
Problem Solving
เกี่ยวกับ
ในยุคที่ "การอ่าน" กำลังถูกท้าทายด้วยเสียงแจ้งเตือนและฟีดข่าวที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายคนบอกว่าวัฒนธรรมการอ่านกำลังจะตาย แต่ในฉันมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในปลายนิ้วของผู้คน
เปลี่ยน "Doomscrolling" ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนการอ่านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"Readsync" แอปพลิเคชั่นที่เปลี่ยนพฤติกรรม Doomscrolling อันว่างเปล่า ให้เป็นการไถฟีดรีวิวหนังสือที่ครบรส เราหยิบเอา UI ที่ทุกคนคุ้นเคยมาปรับใหม่ แทนที่จะตามดราม่า เรามาตามอ่านรีวิวหนังสือที่ "โดนตก" มาจากเพื่อนในคอมมูนิตี้ และที่สำคัญคือ ถ้าเรื่องไหนมันใช่ เรื่องไหนมันโดน เราทมีระบบ Rental Economy กดเช่ายืมหนังสือนั้นได้ทันที

ปัญหา
โจทย์ในการแข่งขันคือต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ดึงคนรุ่นใหม่มีความสนใจในการอ่านหนังสือ ฉันจึงเล็งเห็นว่าในปัจจุบัน อุตสาหกรรมหนังสือประสบปัญหาภาวะตลาดหยุดนิ่ง เนื่องจากหนังสือมักจะถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มคนที่ "รักการอ่านอยู่แล้ว" ในขณะที่คนรุ่นใหม่ถอยห่างออกไปเพราะกำแพงของการเริ่มต้นอ่านนั้นสูงเกินไป ทั้งในแง่ของราคาและความพยายามในการจดจ่อ และขัดกับพฤติกรรมในยุค Attention Economy ที่ผู้คนคุ้นเคยกับสารสั้น ๆ ที่ย่อยง่ายแบบ Micro-content บนโซเชียลมีเดีย
ReadSync จึงถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงนี้โดยเฉพาะ ด้วยการเปลี่ยนประสบการณ์การเข้าถึงหนังสือที่ยุ่งยาก ให้กลายเป็นพฤติกรรมที่ไม่ต้องพยายามมาก ผ่านระบบฟีดที่คุ้นเคยเหมือน Twitter (X) เพื่อเปลี่ยนจากการอ่านที่ต้องตั้งใจ ให้กลายเป็นเรื่อง "บังเอิญเจอ" ที่ใครก็สามารถไถฟีดเพื่อโดนตกด้วยรีวิวสั้นๆ ได้เรื่อยๆ และเข้าถึงหนังสือได้ทันทีผ่านระบบเช่ายืม


วิธีการแก้ปัญหา
Behavioral Interface : ออกแบบ Interface ในรูปแบบ "Dynamic Feed" ที่ผู้ใช้คุ้นเคย ลดภาระทางสมองในการค้นหาหนังสือ เปลี่ยนจากการต้องรู้ชื่อหนังสือถึงจะหาเจอ เป็นการปล่อยให้ "การป้ายยา" ไหลผ่านหน้าฟีดในรูปแบบ Micro-content ที่อ่านจบได้ใน 1 นาที ทำให้การเจอหนังสือดีๆ เป็นเรื่องของจังหวะที่ลงตัว
Trust-Based Community : แก้ปัญหาความไม่กล้าซื้อหนังสือเพราะกลัวไม่คุ้ม ด้วยระบบรีวิวจาก Community จริงที่ไม่มีการสปอยล์แต่เน้นการส่งต่อความรู้สึกเหมือนการอ่าน Thread ใน Twitter ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือและความอยากรู้อยากเห็นได้มากกว่าการโฆษณาแบบเดิม
Frictionless Access : ทลายกำแพงด้าน "ราคา" และ "ความยุ่งยาก" ด้วยระบบเช่ายืมภายในแอปที่เชื่อมโยงจากรีวิวสู่การครอบครองได้ทันทีเพียงไม่กี่คลิก เปลี่ยนสถานะจาก "ผู้สังเกตการณ์" บนโซเชียล ให้กลายเป็น "ผู้อ่าน"

คอนเซ็ปต์
เบื้องหลังงานออกแบบของ ReadSync คือการทลายกำแพงที่ทำให้การอ่านดูเป็นเรื่องยาก เราหยิบ Interface ที่ทุกคนคุ้นมือมาปรับจูนใหม่ เพื่อให้การเริ่มอ่านหนังสือสักเล่ม ง่ายพอๆ กับการไถดูข่าวบนทวิตเตอร์ เป็นงานดีไซน์ที่เน้นความโปร่งเบา สบายตา และเข้าถึงได้ทันทีในทุก Interaction
1. UX Strategy: Bridging Content & Community
เลือกใช้ Layout แบบที่ผู้ใช้งานคุ้นเคยจาก Social Media เพื่อลดการเรียนรู้ใหม่ (Learning Curve) ผู้ใช้สามารถไถฟีดเพื่ออ่านรีวิวสั้น ๆ ดูภาพประกอบ และกด Interaction ได้ทันที ทำให้การค้นหาหนังสือใหม่ ๆ เป็นไปอย่างเพลิดเพลิน
ในหน้า Detail ของหนังสือ เราออกแบบให้มีปุ่ม Action ที่ชัดเจนและแยกออกจากกันระหว่าง "การอ่าน (Read It!)" และ "การพูดคุย (Community)" เพื่อรองรับทั้ง User ที่ต้องการหาความรู้ และ User ที่ต้องการความสัมพันธ์กับคนคอเดียวกัน
2. UI Design: Clarity & Calm
การใช้โทนสี Gradient เขียว-ฟ้า ให้ความรู้สึกที่สดชื่นแต่สงบ เหมาะกับการอ่านที่ต้องใช้สมาธิ การออกแบบเน้น Negative Space เพื่อไม่ให้ข้อมูลบนหน้าจอดูหนาแน่นเกินไป
ข้อมูลหนังสือและรีวิวถูกจัดสรรลงใน Card UI ที่มีขอบโค้งมนเพื่อสร้างความเป็นมิตร และทำให้แยกส่วนข้อมูลได้ง่ายแม้จะมีการไถฟีดอย่างรวดเร็ว
ในหน้า Profile เราใส่ส่วนของ "Achievement" และ "Frequency Graph" เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเห็นพัฒนาการของตัวเอง (Self-Growth) เปลี่ยนการอ่านให้เป็นเหมือนภารกิจที่สนุกและน่าติดตาม


ผลงานเพิ่มเติม

